เหตุที่นักเรียนดนตรีส่วนใหญ่เลิกเล่น หลายคนก็ว่าไม่มีพรสวรรบ้าง แก่เกินไปบ้าง ไม่มีเวลาซ้อมบ้าง ปัญหาจริงๆคือเราเล่นดนตรีด้วย "กิเลศ" แบบไม่ทันได้สังเกตุ
 
ถ้าดูในคลิป จะเห็นว่าเวลาซ้อมพอเล่นไม่ได้จะมี โทสะแทรก ซักพักก็คิดเรื่องอื่น บางทีก็ไปจดจ่อกับกีตาร์ ช่วงที่ใจหลงไปเรื่องอื่นช่วงนั้นร่างกายขยับแต่ใจไม่ได้อยู่กับการเล่นดนตรีเลย ยิ่งซ้อมแบบนี้ยิ่งเล่นไม่ได้ ถอดใจเลิกเล่น แถมกิเลศยิ่งพอกพูน ทั้งโลภ โกรธ หลง ดังนี้
  • โลภะ, ความโลภ, อยากได้มาเป็นของเรา เวลาดูคลิปคนที่เล่นเก่งๆ แล้วก็อยากเล่นได้ใจก็ดิ้นๆหา tab มาเล่นแบบน้องในคลิป
  • โทสะ, ความโกรธ, อยากผลักมันออกไป โผล่มาให้เห็นบ่อยเวลาซ้อมแล้วเล่นไม่ได้ มันจะรู้สึกเครียดๆ ยิ่งซ้อมยิ่งเครียด เจอบ่อยเวลาสอนผู้ใหญ่ครับพวกนี้จะตั้งใจเรียนเกิน อยากเล่นได้เร็วๆ เล่นคร้งแรกได้เลย (โลภะแทรก) พอเล่นยังไม่ได้ดั่งใจก็ไม่พอใจ(โทสะแทรก) ไม่ได้ดั่งใจก็เลิกเล่น
  • โมหะ, ความหลง, เล่นดนตรีจะเคลิ้มๆไม่ค่อยรู้เนื้อรู้ตัว สติไม่อยู่ที่กายที่ใจ หลงไปคิดเรื่องอื่นก็มี
กิเลศที่สำคัญที่สุดก็คือ "โมหะ" เพราะ ทั้ง "โลภะ" และ "โทสะ" จะเกิดคู่กับ"โมหะ" ดังนั้กำจัด "โมหะ" ตัวเดียว ทั้ง "โลภะ" และ "โทสะ" ก็จะหายไป
 
"หลง" ตรงข้ามกับ "รู้" เมื่อใดมีสติเมื่อนั้นก็ไม่หลง
 
เทคนิคซ้อมดนตรีด้วยสติ
 
"มีสติรู้กายรู้ใจด้วยจิตที่ตั้งมั่นแหละเป็นกลาง"(หลวงพ่อปราโมทย์)
 
เริ่มต้นให้หาเครื่องอยู่ให้จิตซักอัน ก็คือใช้การเล่นดนตรีนี่แหละเป็นเครื่องอยู่ของจิต ซ้อมสบายๆ เห็นร่างกายเคลื่อนไหว ใจเป็นคนดูอยู่ห่าง
  • เล่นได้แล้วดีใจก็รู้
  • เล่นไม่ได้แล้วเห็นความโกรธมาแทรกก็รู้
  • หลงไปคิดเรื่องอื่นก็รู้
  • เมื่อยก็รู้
  • อะไรเกิดขึ้นในกายในใจก็รู้
รู้แล้วก็ซ้อมต่อไปสบายๆ รับรองเห็นผลครับ ว่าจะซ้อมดนตรีแบบไม่ทุกข์ และมีกำลังใจเล่นไม่เลิกแน่นอน
 
 
ศึกษาเพิ่มเติมเรื่องการเจริงญสติที่ http://www.wimutti.net/

วิธีหนีบไวโอลิน

posted on 05 Feb 2012 10:07 by khimlover in violin directory Lifestyle, Knowledge
จะสีไวโอลินให้เพราะเรื่องการหนีบเครื่องไวโอลินสำคัญมากครับ ถ้าหนีบไม่ดีเครื่องจะสั่นโยกเยกเล่นยากแถมเมื่อยด้วย วันนี้ก็เสนอวิธีหนีบไวโอลินเป็นกลอนครับ กลอนเปิดกระทู้แต่งโดยคุณ"คนบ้านๆ"แห่งเว็ป 30violin เชิญอ่านโดยพลัน
 
  หากท่านมี อีกหนึ่ง ซึ่งปัญหา
ซอฝรั่ง มังค่า ยากจริงหนอ
ยามจะเล่น ประทับเครื่อง เข้าซอกคอ
ลอมมะล่อ ร่วงลื่น ลงพื้นปูน

--------------------------

ให้ท่านเอา มือซ้าย คล้ายโอบตน
ดั่งมีคน อยู่หลัง มารั้งศอ
วานคนใส่ ไวโอลิน ให้เหมาะพอ
ระหว่างคอ ประทับวาง ตรงคางเรา

--------------------------

หากเอียงหน้า ท่านว่า ขากรรไกร
จะเจ็บคล้าย ไม้กด มาบดหนอ
หากไหล่เชิด เกิดระบม ตรงสร้อยคอ
ไหปลาร้า เจ็บท้อ แทบขอลา

--------------------------

ยามปล่อยมือ ด้านซ้าย แม้คลายไหล่
ไวโอลิน จะล่วงไหล ให้ฟังต่อ
เคลื่อนแต่แขน ไม่เคลื่อนไหล่ ศอกต้องงอ
แนบกายก่อ เป็นท่า ที่ว่างาม

--------------------------
login คุณพ่อมือใหม่ฯ ได้เขียนตอบว่า
 
คุณแม่อุ๋ย เคยคุย ไว้ในนี้
ซึ่งวิธี หนีบให้ถูก ดูสง่า
ต้องผ่อนคลาย คอไหล่ อย่าให้ล้า
หนีบช้าช้า อย่าเกร็ง จะพอดี

ตำแหน่ง ที รองไหล่ ต้องที่ไหล่
บางคนไหล ไปตรงคาง ไม่เหมาะสม
ขยับนิด ขยับหน่อย อย่ากังวล
เดี๋ยวจะตรง ถูกหลัก สบายคอ
 
-------------------------------------
คุณ maaouy ได้ได้แต่งกลอนตอบว่า
 
 ครับคุณพ่อฯ สำคัญคือผ่อนคลาย
หนีบเกร็งไว้ จะดี อย่างไรหนอ
หลักสำคัญ คือผ่อนไหล่ สบายคอ
แขนบิดงอ พองาม ตามทิศทาง

เอาให้ง่าย ไร้กังวล ต้องเลือกที่
ซ้อมดี ๆ มีฟูกหมอน รองข้างล่าง
จะได้ผ่อน คางไหล่ ให้ถูกทาง
ถึงซอเจ้า หล่นตุ๊บบ้าง ช่างหัวมัน
 
  หล่นก็ดี เกือบหล่นก็ ดียิ้มได้
เพราะนั่นหมาย ว่าผ่อนคลาย ได้ถึงขั้น
ขยับนิด ปรับแรงหน่อย พอดีกัน
ฝึกให้ชิน ไม่กี่วัน ขั้นเทพเลย

เทพอะไร ค่อยว่า กันอีกที
ทางที่ดี อย่าแค่ฝึก หนีบเฉย ๆ
บริหาร กล้ามเนื้อ อย่าละเลย
เมื่อเส้นคลาย กายคุ้นเคย เลยง่ายจัง
 
-----------------------
login SWU ได้เขียนตอบว่า
 
 จะว่าไป วิธีหนีบ ไวโอลินนี้
ใช่จะมี แต่ตัว ก็หนีบได้
ที่รองบ่า นั้นไซร้ ใช้กันไป
ช่างสบาย หนีบง่าย กระไรเอย
 
 

ไวโอลินเทคนิค "son filé"

posted on 04 Feb 2012 12:46 by khimlover in violin directory Lifestyle, Knowledge
 เขียนโดยคุณมะอุ๋ยในกลุ่ม "ซอสี่สาย" ใน facebook ครับ
 
son filé มาจากภาษาฝรั่งเศส เป็น musical term บ่งบอกถึงการเล่นโน้ต "ตัวเดียว" ยาาาว ๆ ๆ... ซึ่งลำพังแค่เล่นให้จบโน้ตคงไม่ยากเท่าไหร่ แต่มันจะยากขึ้นหากต้องคำนึงถึงความต้องการอื่น ๆ เช่น
- projection
- dynamics
- texture
อื่น ๆ

เพื่อให้ได้เสียงยาววว ๆ ที่มีคุณภาพตามต้องการ จึงมีการคิดค้นวิธีการฝึกมาหลากหลายครับ เพื่อปรับปรุงแก้ไขให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ เช่น
- ฝึกสีบนสันหย่อง เพื่อแก้ไขเรื่องโบวเด้ง ลางโบวไม่ตรง ความเร็วไม่ต่อเนื่อง เสียงไม่ต่อเนื่อง ฯลฯ (ดูครูปาปิ๊กแนะนำไว้) http://www.youtube.com/watch?v=OKJL_hjq9sk


- ฝึกสีเพื่อควบคุม dynamic อย่าเช่นที่บักท้อดสอนเอาไว้ http://www.youtube.com/watch?v=S6uY0DpP114

- ฝึกสีสายเปล่ายาว ๆ เพื่อปรับปรุงฟังก์ชั่นการใช้งานของนิ้วมือขวา และfeeling ในการควบคุมคันชัก
- ฝึกสียาว ๆ โดยกดโน้ตไว้ 1 ตัว ขั้นแรก non-vibrato ก่อน เมื่อเสียงนิ่งดีแล้วก็ใส่ vibrato เพื่อปรับปรุงเรื่อง projection และการประสานงานกันของมือทั้งสองข้างเพื่อให้ได้โทนที่ดีที่สุดออกมา
 
เราคงคุ้นตากับคำว่า legato และ détaché มากกว่า ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าจะให้ครบองค์ประชุมของ long stroke bowing ต้องพูดถึง son filé ด้วยครับ ศัพท์ทั้งสามตัวสร้างมาจากพื้นฐานเดียวกัน แต่ต่างกันในเชิงการใช้งาน โดยหลัก ๆ คือ
son filé - ใช้เรียกโทนยาวของโน้ตตัวเดียว
legato - ใช้เรียกโทนยาวของโน้ตหลายตัวในโบวเดียว
détaché - เป็นโทนยาวของโน้ตหลายตัวแยกโบวกัน

ในขั้น primary ก็ฝึกเหมือนกัน แต่พอจะให้ได้โทนแต่ละลักษณะออกมาชัด ๆ (secondary) ก็จะมีเทคนิคการฝึกเฉพาะแยกออกไปครับ
ยกตัวอย่างในเพลงที่คุ้นเคยกัน เช่น โน้ตตัวแรกใน Bruch Violin Concerto No.1 in g mov.1

ดู Zukerman เล่นครับ โน้ตตัวแรกเลยตั้งแต่นาทีที่ 0:52-0:56 นี่คือ son filé

ในคลิปเดียวกัน ตั้งแต่ 0:56-1:18 มีทั้ง legato และ détaché ปนกันแต่ détaché จะเด่นมากครับคือแยกโบว์สีโน้ตหลายตัวแต่มีความต่อเนื่องทั้งรอยต่อของส่วนโน้ต และโทน
ไวโอลินเป็นเครื่องดนตรีที่เล่นให้เพราะยากครับขี้จุกจิกเริ่องมาก ขี้บ่น ขี้วีน เป็นที่หนึ่ง ในคลิปเป็นเพลง por una cabeza จากเรื่อง scent of the woman เป็นเพลงจังหวะแทงโก้ฟังแล้วรู้สึกร้อนแรง ถูกโพสโดย login ชื่อ"ครูอนุบาล"ในเว็ป 30violin.pantown เป็นคลิปที่สีไม่ค่อยเพราะเท่าไหรฟังแล้วปวดกระบาลแต่ไม่เป็นไรครับเพราะทุกคนที่หัดเล่นดนตรีต้องผ่านจุดนี้มาก่อนทั้งนั้น
 
login ชื่อ OVM ได้วิเคราะห์ว่าสาเหตุที่ฟังไม่เพราะน่าจะมาจาก
ขอตอบจากที่พอรู้บ้าง จากการสังเกตุบ้าง ดังนี้

๑. จังหวะจะโคน ไม่ค่อยดี
๒. ความหนักเบา (dynamic) ของเสียง ไม่ดี
๓. ความชัดเจนของเสียงแต่ละโน้ต (intonation) ไม่ค่อยดี
๔. ไวโอลินเสียงไม่ดี หรืออคูสติคของห้อง หรือระบบบันทึกและเล่นกลับของระบบเสียง อย่างใดอย่างหนึ่งไม่ดี หรือรวมๆกันแล้วไม่ดี
๔. ผู้เล่นต้องปรับพื้นฐานใหม่ คงจะรีบเล่นให้เป็นเร็วเกินไป
 
login ชื่อ Abraxas ก็ได้เสนอวิธีการแก้ปัญหา จังหวะ ส่วนโน๊ต เสียงเพี้ยน การเน้นจังหวะ และไดนามิคไว้ว่า
 
ตอนแรกที่ฟังผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำครับ ขอวิจารณ์ละกันครับเผื่อจะมีประโยชน์บ้าง

อย่างแรกครับ จังหวะเค้าไม่ตรงครับ ไม่ได้หมายความว่าจังหวะต้องคงที่ตลอดเวลาแต่เนื่องจากดนตรีคลาสสิคเป็นดนตรีแห่งเหตุผล (อย่างน้อยผมก็คิดเช่นนั้น)การจะทำอะไรกับจังหวะต้องมีเหตุผลเสมอ มันเกี่ยวพันถึง "ประโยค"ในเพลงด้วยครับการแก้ปัญหาในจุดนี้ให้เล่นกับเมโทรโนมครับ เริ่มจากช้า เพิ่มไปทีละห้าบีท จนถึงความเร็วจริง

ต่อมาเขาเล่นส่วนโน๊ตไม่ถูกต้องครับ อาการนี้จะเป็นเยอะในคนที่ฟังแล้วเล่นตามเพราะเอาเข้าจริง ๆ เล่นไม่ได้อย่างที่ฟังมา อย่างติดขัดเรื่องเทคนิคต่าง ๆ (ในวีดีโอชัดที่สุดคือ Shifting) พอติดขัดก็ช้าลง ถ้าโน๊ตเร็วเล่นไม่ได้ก็เร่ง(อันนี้สากลมาก โน๊ตสั้นชอบเร่ง) การแก้ปัญหาจุดนี้ต้องเล่นไปทีละห้องครับ คือแก้ทีละห้องให้ถูกก่อนแล้วค่อยเอามาต่อกัน

ต่อมาปัญหาเรื่องเพี้ยนครับ จริง ๆ แล้วเพี้ยนไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ถ้าจะให้คนเพิ่งเริ่มเล่นทุกคนเล่นไม่เพี้ยนเลยคงเป็นไปได้ยากแต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ใส่ใจเสียเลยวิธีการแก้ก็คลาสสิคมากครับ ไล่สเกลแล้วเช็คไปด้วย ใหม่ ๆ อาจน่ารำคาญบ้าง(มาก)แต่ถ้าชินแล้วมีประโยชน์มากครับ คนอื่นอาจไม่แน่ใจว่าเล่นตรงรึเปล่า แต่เราไล่เช็คได้เลย แนะนำให้เช็คฮาโมนิค กับคู่แปดสายล่างให้ได้ครับ คู่สามกับคู่หกมันมีอะไรที่ลึกกว่านั้น คือธรรมชาติเครื่องมันซับซ้อนขอไม่อธิบายครับ แต่สรุปง่าย ๆ ว่าคู่สามกับคู่หกถ้าเทียบตรงแล้วมันไม่กลืนกันก็ไม่ต้องตกใจครับ เครื่องไม่ได้เสีย

ความจริงอันที่สี่ควรเป็นไดนามิค แต่เพราะเพลงนี้เป็นแทงโก้ พัลซ์เลยดูจะน่าพูดถึงกว่าครับ ผมเชื่อว่าเราทุกคนเคยเล่น Minuet มากันนะครับ มินูเอทเป็นเพลงเต้นรำ 3/4 พัลซ์อยู่ที่เฟิร์สบีท ดังนั้นเราต้อง "ให้ความสำคัญ" กับเฟิร์สบีทถ้าเราเล่นโน๊ตทุกตัวเท่ากันหมด จะเริ่มฟังไม่เหมือนเพลงเต้นรำ ก็เพราะไม่มี pulse นั่นแหละครับ

ไดนามิคไม่มีเหตุผลครับ เหมือนทุกอย่างของเพลงคลาสสิค ถ้าไม่ควบคุมก็สื่อออกมาไม่ได้ส่วนที่เป็นแคนทาบิเล่เลยไม่มีทิศทางเลยว่าตรงไหนเป็นไคลแมกซ์แคนทาบิเล่ก็คือเล่นเหมือนคนร้องน่ะแหละครับแล้วยังมีอีกเยอะครับแต่ไม่ขอพูดถึง เพราะผมก็ฟังไม่ได้จบหรอกครับ

ยังไงก็ตาม ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดีเลยครับ จะได้เห็นปัญหาและเปิดโอกาสให้มองถึงวิธีแก้ไข
 
 
มาต่อกันตอนที่สองนะครับ สอนโดย อาจารย์ ส.พิณแก้วเหมือนเดิม ตอนที่สองนี้ก็ยังต่อจากตอนแรกคือเรื่องสะพานเสียงเอามาโยงเข้ากับคีย์ piano
คียเปียโน
piano ทั้งหลังมันก็คือสะพานเสียงที่ทอดยาวรอให้คนมาใช้จิตนการมาทำให้มันเป็นเสียงดนตรี ซึ่งเรื่องสะพานเสียงนี้ถ้าคนเข้าใจก็จะสามารถไปเล่นเครื่องดนตรีชนิดอื่นได้เพราะเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆมันก็มีสะพานเสียงหมือนกันพอรู้ทำนองเพลงแค่คลำๆหาว่าเสียงที่ต้องการอยู่ไหนก็เล่นได้เป็นเพลงแล้ว
สะพานเสียงฟรุต
ฟรุตก็มีสะพานเสียง แต่ต้องศึกษาวิธีการกดแต่ละเสียงให้ได้
 
ขลุ่ย recoder
ขลุ่ย recoder ก็มีสะพานเสียง
ทฤษฎีดนตรีอาจเป็นไม้เบื่อไม้เมาสำหรับหลายคน ผมได้มีโอกาสเรียนทฤษฎีดนตรีหลายที่ครับ ทฤษฎีดนตรีสากลของคุณ ส.พิณแก้ว ก็หนึ่งในนั้น อ.เขาเป็นนักดนตรีผู้หนึ่งที่มีความพยายามไปร่ำเรียนวิชาเรียบเรียงเสียงประสานของยามาฮ่าจนจบหลักสูตร (เรียนร้อยผ่านไม่ถึง10) พอเล่นไปซักพักความรู้เริ่มกลั่นตัวว่าจริงๆแล้วทฤษฎีดนตรีมันก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ถ้ารู้หลักนิดเดียวก็ประยุกต์ได้แล้ว แล้วก็ไม่ต้องเรียนโน๊ตสากลก่อนด้วยซ้ำ เห็นว่านักดนตรีมืออาชีพที่เล่นดนตรีหลายคนก็อ่านโน๊ตไม่ได้แต่ก็เล่นเป็นเพลงได้ เปลี่ยนคีย์ คอร์ด โซโล่ได้หมด แต่อธิบายไม่ได้ว่ามันคืออะไร
 
ท่าเอามาแปะก็เป็นวิดิโอบันทึกการสอนทฤษฎีดนตรีสากล หลักสูตรของ ส.พิณแก้ว สอนโดย อ. ส.พิณแก้ว กลุ่มเป้าหมายหลักจริงเลยคือคนที่ยังไม่รู้เรื่องดนตรีเลย เรียนให้เข้าใจหลักการแล้วก็จะต่อยอดไปขั้นสูงได้ง่ายขึ้น หรือคนที่เีรียน/เล่นดนตรีอยู่แล้วก็จะปฎิบัติดนตรีได้อย่างเข้าใจมากขึ้น
 
คลิปแรกก็จะเป็นการสอนเรื่องสะพานเสียงก็คือเสียงที่เรียงๆกันสูงขึ้นที่ละครึ่งเสียง (Semi tone) ครับ เครื่องดนตรีสากลเกื่อบทุกชิ้นก็จะมีสะพานเสียง ถ้าไปหยิบกีตาร์ก็จะเห็นเฟร๊ตเรียงๆกันลองจิ้มมั่วๆแล้วก็ดีดไป เสียงมันจะสูงขึ้นทีละครึ่งเสียง 
คอกีตาร์
อันนี้เทพมาก "ตะเลง" เป็นผลงานของ อ.วสุ อยากให้เครื่องดนตรีไทยเล่นเพลงสากลได้ทุกเพลงระนาดธรรมดามีแค่ 7 เสียงถึงเอามาตั้งเสียงสากกลเจอเพลงที่มีโน๊ตจรเป็น # b ก็เล่นไม่ได้ ก็เอาระนาดเอกมาตั้งเสียงสากลให้เป็นสะพานเสียงซะเลย
สะพานเสียง โครมาติก
วันนี้ได้มีโอกาสได้ไปสอนนักเรียนขิมที่มีปัญหาด้านสุขภาพกายมากวนใจมาเรียนดนตรีเพื่อการบำบัด และรักษาร่างกายครับ กลับบ้านก็ได้ลองค้นเรื่องดนตรีบำบัดว่า ก้ไปเจอเว็ปของหมอโจ brainwavecrack.com/ ที่เขียนเกี่ยวกับเปียโนบำบัดเขาบอกว่า
 
"เปียโนบำบัด ศาสตร์ดนตรีบำบัดที่นำมาใช้ได้ผลดีจริงๆ
การทำเปียโนบำบัดเป็นการรักษาโรคซึมเศร้า รักษาสภาวะเฉี่อยชาทางความคิด
เปียโนบำบัดยังช่วยพัฒนาระดับการคงสภาวะของสมาธิให้ยาวนานขึ้น

เปียโนบำบัดจึงเหมาะกับคนที่สมาธิสั้น ไฮเปอร์ หรือคนที่อยู่นิ่งเฉยๆไม่ค่อยไหว
โดยช่วยให้ผู้ฝึกมีสมาธิดีขึ้น มีการพัฒนาสมอง การเรียนรู้และความจำ
นอกจากนี้ยังเหมาะกับผู้ใหญ่วัยเกษียร ที่ต้องการหากิจกรรมยามว่างทำ
เพื่อไม่ให้รู้สึกเหงามากไป แถมป้องกันโรคอัลไวเมอร์ได้ดีมากๆด้วยนะครับ

เปียโนบำบัดจะทำให้เรา สนุกสนาน ไม่เครียด ไม่คิดมากลดความกังวล
ช่วยให้เพลิดเพลิน และสร้างความสุขให้กับผู้เรียนเปียโนบำบัดได้ดีมากๆครับ

การเรียนเปียโนบำบัด จะต่างจากการเรียนเปียโนทั่วไปตรงที่
การเรียนเปียโนบำบัดนั้นเราไม่เน้นทักษะว่าจะต้องเล่นเปียโนได้ไพเราะ
หรือเล่นได้คล่องแคล่วมากเพียงใด
แต่สิ่งที่การเรียนเปียโนบำบัดต้องการมากที่สุดคือ
การได้ใช้สมอง สายตา และมือ ทำงานประสานกันและสร้างเสียงเพลงที่
ต่อเนื่องเพียงพอที่จะทำให้เกิดความสนุก เพลิดเพลินจากการเรียนมากกว่า

เพลงที่ใช้ในการเริ่มต้นเรียนหรือการเล่นเปียโนบำบัด
ควรเป็นเพลงที่มีความยาวไม่มากนัก เช่น
เพลงมาร์ชแต่งงาน เพลงหนูมาลี เพราะฝึกได้ง่ายมากและแทบจะทุกคน
ต่างก๋เคยได้ยินเพลงเหล่านี้มาบ้างครับ…"

สรุปก็คือมาหัดเล่นดนตรีเพื่อลดอาการทางจิต ทั้งความเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า เพิ่มสมาธิ   โดยการมาเล่นดนตรี แบบไม่เน้นเก่งแต่เน้นเรียนเอามันส์ สนุก เพลิดเพลินจากการเรียน ก็จะเกิดคำถามต่อว่าดนตรีบำบัดช่วยสร้างสมาธิได้อย่างไร

ถ้ามองในมุมของพระพุทธศาสนาสมาธิมีจะมีสองชนิดคือสมาธิชนิดสงบ(สงบอยู่ในอารมณ์อันเดียวใชัพักผ่อน ให้จิตมีกำลัง)และสมาธิชนิดตั้งมั่น(จิตตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ดูใช้เดินปัญญา) สมาธิชนิดสงบจะเกิดได้ก็ต้องมีเหตุในพระไตรปิฎกก็กล่าวว่า "ความสุขเป็นเหตุไกล้ให้เกิดสมาธิ" เพราะธรรมชาติของจิตเหมือนเด็กซุกซนวิงไปวิ่งมาชอบหนีไปนอกบ้านถ้าจะจับให้อยู่ในบ้านก็ต้องเอาขนมมาล่อเด็กก็ไม่ไปไหน จิตก็เหมือนกันครับถ้าเอาอารมณ์ที่มีความสุขมาล่อมันก็จะไม่ไปไหน สงบลงได้ ถ้าดูจากวิธีการสอนของเปียโนบำบัดของหมอโจเขาจะเน้นให้ผู้เรียนเรียนแบบสนุกๆมากกว่าเขี้ยวๆ ถ้าเรียนแล้วมีความสุขสมาธิก็ตามมาเองครับ เล่นได้ทั้งวันแหละ

สำหรับสมาธิอีกชนิดคือสมาธิชนิดตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ดู ลักษณะคือ จิตเป็นหนึ่งอารมณ์นับไม่ถ้วน สมาธิชนิดนี้ใช้ต่อยอดไปเจริญปัญญาครับ ในการเล่นดนตรีก็คือให้รู้ทันเวลาที่จิตหลงไปคิด เพราะจิตที่รู้กับจิตที่คิดมันจะตรงข้ามกัน ขณะที่เผลอไปคิดเล่นดนตรีอยู่ก็ไม่รู้สึก เล่นดนตรีแล้วจิตหนีไปคิดให้รู้ทัน ขณะนั้นจิตจะตั้งมั่นขึ้นมาแว้ปนึง  ฝึกไปเรื่อยๆสติจะไวขึ้นครับ จากแต่ก่อนที่ไม่มีสติจะชอบเอาตัวไปคลุกอยู่กับปัญหา จมอยู่กับมัน หาทางออกไม่ได้ พอมีสติขึ้นแว้ปนึงมันจะถอยออกจากปัญหาแล้วเริ่มว่าเหตุมันเกิดจากอะไร ก็แก้มันที่เหตุนั่นแหละ 

อ้างอิง

หลวงพ่อปราโมทย์, สมาธิ2ชนิด, http://www.dhammada.net/2011/08/30/11252/

 

หัดตีขิมเพลงช้าง

posted on 12 Sep 2011 09:15 by khimlover in Khimlesson
หัดตีขิมเพลงช้างครับ เพลงนี้เป็นเพลงจังหวะสนุกๆ การแบ่งมือง่ายตีซ้าย ขวา สลับกันอย่างเดียว ในโน๊ตจะเขียนบอกไว้ละเอียดครับว่าโน๊ตตัวไหนใช้มือข้างไหนตี (R=ขวา ,L=ซ้าย)
 
 
เจริญในดนตรีครับ

แบบฝึกหัดกรอขิม

posted on 10 Sep 2011 14:57 by khimlover in Khimlesson
เทคนิคกรอขิม โดยพื้นฐานพัฒนามาจากลูกตีธรรมดาแต่เมื่อสลับกันอย่างรวดเร็วจะฟังเหมือนเป็นเสียงเดียวกันลากยาว
 
ลักษณะของการกรอขิมที่ดีคือ
1. น้ำหนักมือ 2 ข้างเท่ากัน
2. ช่องไฟของแต่ละตัวโน๊ตเสม่ำเสมอ
 
สิ่งสำคัญคือเรื่องช่องไฟครับ คนทั่วไปเวลาเล่นดนตรีจังหวะจะไม่ค่อยสม่ำเสมอเดี๋ยวช้าเดี๋ยวเร็วต้องมีกรรมการคอยบอกว่าสม่ำเสมอหรือไม่ เครื่องมือที่ใช้ก็คือ metronome หรือเครืองเคาะจังหวะ  ถ้าไม่มีอยู่ข้างตัวก็ยังไม่ต้องไปซื้อครับ เข้าไปที่เว็ป http://www.metronomeonline.com/ จะเป็น metronome แบบ online จิ้มไปที่ตัวเลข 60 มันจะเคาะจังหวะที่ 60 ครั้งต่อนาทีอย่างไม่เหน็ดไม่เหนือยจังหวะไม่เคยเร่งหรือย้อย
 
วิธีการฝึกให้เริ่มจากฝึกจับจังหวะในใจก่อนเริ่มจาก นั่งสบายๆ ไม่ต้องเกร็ง จะได้ยินเสียงจังหวะมันจะเดินขอมมันเรื่อยๆ ป็อก ป็อก ป็อก หน้าที่เราคือจับมันให้ได้ครับ ออกเสียงในใจว่า"ขวา" ให้ตรงจังหวะ ป็อก ป็อก ป็อก พอจับจังหวะได้แล้วจึงเริ่มเอื้อมมือขวา(R)ไปตีให้ตรงจังหวะ
 
- - -R|- - -R|- - -R|- - -R|- - -R|- - -R|- - -R|- - -R|
 
พอร่างกายเริ่มเคาะลงจังหวะได้แล้ว ก็เริ่มตีสลับกัน เป็น ขวา ขวา ขวาซ้าวขวาซ้ายขวา
- - -R|- - -R|- - -R|LRLR|- - -R|- - -R|- - -R|LRLR|
 
คล่องแล้วเพิ่มอีกเป็น
- - -R|- - -R |LRLR |LRLR |- - -|- - -R |LRL|LRLR |
 
คล่องแล้วเพิ่มอีกเป็น
- - -R |LRLR | LRLR |LRLR |- - -R | LRLR | LRLR | LRLR |
 
จนเต็มทุกจังหวะ
LRLR |LRLR |LRLR |LRLR |LRLR |LRLR |LRLR |LRLR |
 
 
ถ้าเล่นจนคล่องแล้วก็ลองเปลี่ยนรูปแบบมือดูบ้างครับ ฝึกสมองไปในตัว ไม่เป็นโรคอัลไซเมอร์ เป็นการรูปแบบการแบ่งมือจากแบบฝึกหัดกลองของฝาหรั่งครับ
 
1.  RRLL|RRLL|RRLL|RRLL|
2.  LLRR|LLRR|LLRR|LLRR|
3.  RLRL|RLRL|RLRL|RLRL|
4.  LRLR|LRLR|LRLR|LRLR|
5.  RLLL|RLLL|RLLL|RLLL|
6.  LRLL|LRLL|LRLL|LRLL|
7.  LLRL|LLRL|LLRL|LLRL|
8.  LLLR|LLLR|LLLR|LLLR|
9.  LRRR|LRRR|LRRR|LRRR|
10. RLRR|RLRR|RLRR|RLRR|
11. RRLR|RRLR|RRLR|RRLR|
12. RRRL|RRRL|RRRL|RRRL|
13. RRRR|RRRR|RRRR|RRRR|
14. LLLL|LLLL|LLLL|LLLL|

การกดสายไวโอลิน

posted on 07 Sep 2011 13:03 by khimlover in violin
คลิปสอนการใช้นิ้วกดสายไวโอลินโดยคุณมะอุ๋ยเจ้าเก่า สำหรับคนที่พึงหัดไวโอลินใหม่ๆเวลากดสายจะเกร็งไปหมดทั้งแขน แล้วก็เล่นไม่ได้ ท้อถอย เลิกเล่นกันหลายชีวิต วิธีการกดสายแบบในวิดิโอถ้าหัดทำบ่อยๆ เวลาเล่นจะผ่อนคลายทั้งแขน น้ำหนักทั้งหมดลงไปที่ปลายนิ้ว เล่นง่ายขึ้นเยอะครับ และไม่เมื่อยด้วย
 
 
 
เทคนิคการผ่อนคลาย
"เขย่าแขนธรรมดา ๆ เลยครับ อย่าโฟกัสมากเกินไป ปลดแรงที่แขนออกสุด ๆ คล้าย ๆ คนเป็นลม หมดแรง
เวลารักษาข้อมือไม่ให้ตก หลายคนเผลอยกศอกด้วย ซึ่งไม่เกี่ยวกันครับ ที่ถูกคือปล่อยฝ่ามือห้อยลงไป ข้อศอกทิ้งลงไป ข้อมือมันจะแหลมขึ้นมาเอง" (มะอุ๋ย)
 
ลักษณะการกดสายไวโอลิน
ภาพแสดงลักษณะการฝึกสั่นข้อมือแบบจิงโจ้น้ำ
 
เจริญในดนตรีครับ