ไวโอลินเป็นเครื่องดนตรีที่เล่นให้เพราะยากครับขี้จุกจิกเริ่องมาก ขี้บ่น ขี้วีน เป็นที่หนึ่ง ในคลิปเป็นเพลง por una cabeza จากเรื่อง scent of the woman เป็นเพลงจังหวะแทงโก้ฟังแล้วรู้สึกร้อนแรง ถูกโพสโดย login ชื่อ"ครูอนุบาล"ในเว็ป 30violin.pantown เป็นคลิปที่สีไม่ค่อยเพราะเท่าไหรฟังแล้วปวดกระบาลแต่ไม่เป็นไรครับเพราะทุกคนที่หัดเล่นดนตรีต้องผ่านจุดนี้มาก่อนทั้งนั้น
 
login ชื่อ OVM ได้วิเคราะห์ว่าสาเหตุที่ฟังไม่เพราะน่าจะมาจาก
ขอตอบจากที่พอรู้บ้าง จากการสังเกตุบ้าง ดังนี้

๑. จังหวะจะโคน ไม่ค่อยดี
๒. ความหนักเบา (dynamic) ของเสียง ไม่ดี
๓. ความชัดเจนของเสียงแต่ละโน้ต (intonation) ไม่ค่อยดี
๔. ไวโอลินเสียงไม่ดี หรืออคูสติคของห้อง หรือระบบบันทึกและเล่นกลับของระบบเสียง อย่างใดอย่างหนึ่งไม่ดี หรือรวมๆกันแล้วไม่ดี
๔. ผู้เล่นต้องปรับพื้นฐานใหม่ คงจะรีบเล่นให้เป็นเร็วเกินไป
 
login ชื่อ Abraxas ก็ได้เสนอวิธีการแก้ปัญหา จังหวะ ส่วนโน๊ต เสียงเพี้ยน การเน้นจังหวะ และไดนามิคไว้ว่า
 
ตอนแรกที่ฟังผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำครับ ขอวิจารณ์ละกันครับเผื่อจะมีประโยชน์บ้าง

อย่างแรกครับ จังหวะเค้าไม่ตรงครับ ไม่ได้หมายความว่าจังหวะต้องคงที่ตลอดเวลาแต่เนื่องจากดนตรีคลาสสิคเป็นดนตรีแห่งเหตุผล (อย่างน้อยผมก็คิดเช่นนั้น)การจะทำอะไรกับจังหวะต้องมีเหตุผลเสมอ มันเกี่ยวพันถึง "ประโยค"ในเพลงด้วยครับการแก้ปัญหาในจุดนี้ให้เล่นกับเมโทรโนมครับ เริ่มจากช้า เพิ่มไปทีละห้าบีท จนถึงความเร็วจริง

ต่อมาเขาเล่นส่วนโน๊ตไม่ถูกต้องครับ อาการนี้จะเป็นเยอะในคนที่ฟังแล้วเล่นตามเพราะเอาเข้าจริง ๆ เล่นไม่ได้อย่างที่ฟังมา อย่างติดขัดเรื่องเทคนิคต่าง ๆ (ในวีดีโอชัดที่สุดคือ Shifting) พอติดขัดก็ช้าลง ถ้าโน๊ตเร็วเล่นไม่ได้ก็เร่ง(อันนี้สากลมาก โน๊ตสั้นชอบเร่ง) การแก้ปัญหาจุดนี้ต้องเล่นไปทีละห้องครับ คือแก้ทีละห้องให้ถูกก่อนแล้วค่อยเอามาต่อกัน

ต่อมาปัญหาเรื่องเพี้ยนครับ จริง ๆ แล้วเพี้ยนไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ถ้าจะให้คนเพิ่งเริ่มเล่นทุกคนเล่นไม่เพี้ยนเลยคงเป็นไปได้ยากแต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ใส่ใจเสียเลยวิธีการแก้ก็คลาสสิคมากครับ ไล่สเกลแล้วเช็คไปด้วย ใหม่ ๆ อาจน่ารำคาญบ้าง(มาก)แต่ถ้าชินแล้วมีประโยชน์มากครับ คนอื่นอาจไม่แน่ใจว่าเล่นตรงรึเปล่า แต่เราไล่เช็คได้เลย แนะนำให้เช็คฮาโมนิค กับคู่แปดสายล่างให้ได้ครับ คู่สามกับคู่หกมันมีอะไรที่ลึกกว่านั้น คือธรรมชาติเครื่องมันซับซ้อนขอไม่อธิบายครับ แต่สรุปง่าย ๆ ว่าคู่สามกับคู่หกถ้าเทียบตรงแล้วมันไม่กลืนกันก็ไม่ต้องตกใจครับ เครื่องไม่ได้เสีย

ความจริงอันที่สี่ควรเป็นไดนามิค แต่เพราะเพลงนี้เป็นแทงโก้ พัลซ์เลยดูจะน่าพูดถึงกว่าครับ ผมเชื่อว่าเราทุกคนเคยเล่น Minuet มากันนะครับ มินูเอทเป็นเพลงเต้นรำ 3/4 พัลซ์อยู่ที่เฟิร์สบีท ดังนั้นเราต้อง "ให้ความสำคัญ" กับเฟิร์สบีทถ้าเราเล่นโน๊ตทุกตัวเท่ากันหมด จะเริ่มฟังไม่เหมือนเพลงเต้นรำ ก็เพราะไม่มี pulse นั่นแหละครับ

ไดนามิคไม่มีเหตุผลครับ เหมือนทุกอย่างของเพลงคลาสสิค ถ้าไม่ควบคุมก็สื่อออกมาไม่ได้ส่วนที่เป็นแคนทาบิเล่เลยไม่มีทิศทางเลยว่าตรงไหนเป็นไคลแมกซ์แคนทาบิเล่ก็คือเล่นเหมือนคนร้องน่ะแหละครับแล้วยังมีอีกเยอะครับแต่ไม่ขอพูดถึง เพราะผมก็ฟังไม่ได้จบหรอกครับ

ยังไงก็ตาม ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดีเลยครับ จะได้เห็นปัญหาและเปิดโอกาสให้มองถึงวิธีแก้ไข
 
 
มาต่อกันตอนที่สองนะครับ สอนโดย อาจารย์ ส.พิณแก้วเหมือนเดิม ตอนที่สองนี้ก็ยังต่อจากตอนแรกคือเรื่องสะพานเสียงเอามาโยงเข้ากับคีย์ piano
คียเปียโน
piano ทั้งหลังมันก็คือสะพานเสียงที่ทอดยาวรอให้คนมาใช้จิตนการมาทำให้มันเป็นเสียงดนตรี ซึ่งเรื่องสะพานเสียงนี้ถ้าคนเข้าใจก็จะสามารถไปเล่นเครื่องดนตรีชนิดอื่นได้เพราะเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆมันก็มีสะพานเสียงหมือนกันพอรู้ทำนองเพลงแค่คลำๆหาว่าเสียงที่ต้องการอยู่ไหนก็เล่นได้เป็นเพลงแล้ว
สะพานเสียงฟรุต
ฟรุตก็มีสะพานเสียง แต่ต้องศึกษาวิธีการกดแต่ละเสียงให้ได้
 
ขลุ่ย recoder
ขลุ่ย recoder ก็มีสะพานเสียง
ทฤษฎีดนตรีอาจเป็นไม้เบื่อไม้เมาสำหรับหลายคน ผมได้มีโอกาสเรียนทฤษฎีดนตรีหลายที่ครับ ทฤษฎีดนตรีสากลของคุณ ส.พิณแก้ว ก็หนึ่งในนั้น อ.เขาเป็นนักดนตรีผู้หนึ่งที่มีความพยายามไปร่ำเรียนวิชาเรียบเรียงเสียงประสานของยามาฮ่าจนจบหลักสูตร (เรียนร้อยผ่านไม่ถึง10) พอเล่นไปซักพักความรู้เริ่มกลั่นตัวว่าจริงๆแล้วทฤษฎีดนตรีมันก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ถ้ารู้หลักนิดเดียวก็ประยุกต์ได้แล้ว แล้วก็ไม่ต้องเรียนโน๊ตสากลก่อนด้วยซ้ำ เห็นว่านักดนตรีมืออาชีพที่เล่นดนตรีหลายคนก็อ่านโน๊ตไม่ได้แต่ก็เล่นเป็นเพลงได้ เปลี่ยนคีย์ คอร์ด โซโล่ได้หมด แต่อธิบายไม่ได้ว่ามันคืออะไร
 
ท่าเอามาแปะก็เป็นวิดิโอบันทึกการสอนทฤษฎีดนตรีสากล หลักสูตรของ ส.พิณแก้ว สอนโดย อ. ส.พิณแก้ว กลุ่มเป้าหมายหลักจริงเลยคือคนที่ยังไม่รู้เรื่องดนตรีเลย เรียนให้เข้าใจหลักการแล้วก็จะต่อยอดไปขั้นสูงได้ง่ายขึ้น หรือคนที่เีรียน/เล่นดนตรีอยู่แล้วก็จะปฎิบัติดนตรีได้อย่างเข้าใจมากขึ้น
 
คลิปแรกก็จะเป็นการสอนเรื่องสะพานเสียงก็คือเสียงที่เรียงๆกันสูงขึ้นที่ละครึ่งเสียง (Semi tone) ครับ เครื่องดนตรีสากลเกื่อบทุกชิ้นก็จะมีสะพานเสียง ถ้าไปหยิบกีตาร์ก็จะเห็นเฟร๊ตเรียงๆกันลองจิ้มมั่วๆแล้วก็ดีดไป เสียงมันจะสูงขึ้นทีละครึ่งเสียง 
คอกีตาร์
อันนี้เทพมาก "ตะเลง" เป็นผลงานของ อ.วสุ อยากให้เครื่องดนตรีไทยเล่นเพลงสากลได้ทุกเพลงระนาดธรรมดามีแค่ 7 เสียงถึงเอามาตั้งเสียงสากกลเจอเพลงที่มีโน๊ตจรเป็น # b ก็เล่นไม่ได้ ก็เอาระนาดเอกมาตั้งเสียงสากลให้เป็นสะพานเสียงซะเลย
สะพานเสียง โครมาติก
วันนี้ได้มีโอกาสได้ไปสอนนักเรียนขิมที่มีปัญหาด้านสุขภาพกายมากวนใจมาเรียนดนตรีเพื่อการบำบัด และรักษาร่างกายครับ กลับบ้านก็ได้ลองค้นเรื่องดนตรีบำบัดว่า ก้ไปเจอเว็ปของหมอโจ brainwavecrack.com/ ที่เขียนเกี่ยวกับเปียโนบำบัดเขาบอกว่า
 
"เปียโนบำบัด ศาสตร์ดนตรีบำบัดที่นำมาใช้ได้ผลดีจริงๆ
การทำเปียโนบำบัดเป็นการรักษาโรคซึมเศร้า รักษาสภาวะเฉี่อยชาทางความคิด
เปียโนบำบัดยังช่วยพัฒนาระดับการคงสภาวะของสมาธิให้ยาวนานขึ้น

เปียโนบำบัดจึงเหมาะกับคนที่สมาธิสั้น ไฮเปอร์ หรือคนที่อยู่นิ่งเฉยๆไม่ค่อยไหว
โดยช่วยให้ผู้ฝึกมีสมาธิดีขึ้น มีการพัฒนาสมอง การเรียนรู้และความจำ
นอกจากนี้ยังเหมาะกับผู้ใหญ่วัยเกษียร ที่ต้องการหากิจกรรมยามว่างทำ
เพื่อไม่ให้รู้สึกเหงามากไป แถมป้องกันโรคอัลไวเมอร์ได้ดีมากๆด้วยนะครับ

เปียโนบำบัดจะทำให้เรา สนุกสนาน ไม่เครียด ไม่คิดมากลดความกังวล
ช่วยให้เพลิดเพลิน และสร้างความสุขให้กับผู้เรียนเปียโนบำบัดได้ดีมากๆครับ

การเรียนเปียโนบำบัด จะต่างจากการเรียนเปียโนทั่วไปตรงที่
การเรียนเปียโนบำบัดนั้นเราไม่เน้นทักษะว่าจะต้องเล่นเปียโนได้ไพเราะ
หรือเล่นได้คล่องแคล่วมากเพียงใด
แต่สิ่งที่การเรียนเปียโนบำบัดต้องการมากที่สุดคือ
การได้ใช้สมอง สายตา และมือ ทำงานประสานกันและสร้างเสียงเพลงที่
ต่อเนื่องเพียงพอที่จะทำให้เกิดความสนุก เพลิดเพลินจากการเรียนมากกว่า

เพลงที่ใช้ในการเริ่มต้นเรียนหรือการเล่นเปียโนบำบัด
ควรเป็นเพลงที่มีความยาวไม่มากนัก เช่น
เพลงมาร์ชแต่งงาน เพลงหนูมาลี เพราะฝึกได้ง่ายมากและแทบจะทุกคน
ต่างก๋เคยได้ยินเพลงเหล่านี้มาบ้างครับ…"

สรุปก็คือมาหัดเล่นดนตรีเพื่อลดอาการทางจิต ทั้งความเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า เพิ่มสมาธิ   โดยการมาเล่นดนตรี แบบไม่เน้นเก่งแต่เน้นเรียนเอามันส์ สนุก เพลิดเพลินจากการเรียน ก็จะเกิดคำถามต่อว่าดนตรีบำบัดช่วยสร้างสมาธิได้อย่างไร

ถ้ามองในมุมของพระพุทธศาสนาสมาธิมีจะมีสองชนิดคือสมาธิชนิดสงบ(สงบอยู่ในอารมณ์อันเดียวใชัพักผ่อน ให้จิตมีกำลัง)และสมาธิชนิดตั้งมั่น(จิตตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ดูใช้เดินปัญญา) สมาธิชนิดสงบจะเกิดได้ก็ต้องมีเหตุในพระไตรปิฎกก็กล่าวว่า "ความสุขเป็นเหตุไกล้ให้เกิดสมาธิ" เพราะธรรมชาติของจิตเหมือนเด็กซุกซนวิงไปวิ่งมาชอบหนีไปนอกบ้านถ้าจะจับให้อยู่ในบ้านก็ต้องเอาขนมมาล่อเด็กก็ไม่ไปไหน จิตก็เหมือนกันครับถ้าเอาอารมณ์ที่มีความสุขมาล่อมันก็จะไม่ไปไหน สงบลงได้ ถ้าดูจากวิธีการสอนของเปียโนบำบัดของหมอโจเขาจะเน้นให้ผู้เรียนเรียนแบบสนุกๆมากกว่าเขี้ยวๆ ถ้าเรียนแล้วมีความสุขสมาธิก็ตามมาเองครับ เล่นได้ทั้งวันแหละ

สำหรับสมาธิอีกชนิดคือสมาธิชนิดตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ดู ลักษณะคือ จิตเป็นหนึ่งอารมณ์นับไม่ถ้วน สมาธิชนิดนี้ใช้ต่อยอดไปเจริญปัญญาครับ ในการเล่นดนตรีก็คือให้รู้ทันเวลาที่จิตหลงไปคิด เพราะจิตที่รู้กับจิตที่คิดมันจะตรงข้ามกัน ขณะที่เผลอไปคิดเล่นดนตรีอยู่ก็ไม่รู้สึก เล่นดนตรีแล้วจิตหนีไปคิดให้รู้ทัน ขณะนั้นจิตจะตั้งมั่นขึ้นมาแว้ปนึง  ฝึกไปเรื่อยๆสติจะไวขึ้นครับ จากแต่ก่อนที่ไม่มีสติจะชอบเอาตัวไปคลุกอยู่กับปัญหา จมอยู่กับมัน หาทางออกไม่ได้ พอมีสติขึ้นแว้ปนึงมันจะถอยออกจากปัญหาแล้วเริ่มว่าเหตุมันเกิดจากอะไร ก็แก้มันที่เหตุนั่นแหละ 

อ้างอิง

หลวงพ่อปราโมทย์, สมาธิ2ชนิด, http://www.dhammada.net/2011/08/30/11252/

 

หลังจากเปิดคอร์สสอนการลงทุนในหุ้นด้วยปัจจัยพื้นฐานโดยยังยึดconcept เดิมเหมือนสอนดนตรีคือเน้นสอนเอามันส์มากกว่าสอนเอาตังค์ สอนไป 2-3 รุ่นซึ่งส่วนใหญ่ต้องการลงทุนด้วยปัจจัยพื้นฐาน หรือแนวทางการลงทุนแบบ value investment  ซึ่งคนที่มาเรียนส่วนใหญ่ก็จะเป็นมือใหม่หัดลงทุน ปัญหาที่พบคืออ่านหนังสือมาเยอะแต่จับประเด็นไม่ได้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหน จากการวิเคราะห์พบว่าปัญหาจะคล้ายๆกันคือ
 
1. ไม่เข้าใจ concept หลักของแต่ละเรื่อง เอามาใช้แบบงง
2. ไม่สามารถเชื่อมโยงความรู้แต่ละหัวข้อเป็นองค์ความรู้โดยรวมได้ เพราะการวิเคราะห์การลงทุนนั้นไม่ใช่แค่การดูงบการเงินแล้วก็ประเมินเป็นมูลค่าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความรู้ที่หลากหลายทั้งการเงิน บัญชี เศรษฐศาสตร์ การตลาด กลยุทธ์ ฯลฯ มาสังเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาล จนเป็นข้อสรุปเพียงคำเดียวว่า "ซื้อ" หรือ "ขาย"
 
มีนักเรียนเคสนึงที่น่าสนใจมาก และทำให้ผมสามารถพัฒนาความรู้ด้านการลงทุนอีกขั้น โดยพื้นฐานนักเรียนกลุ่มนี้เป็นนักกฎหมาย ไม่มีความสามารถในการคำนวณใดๆทั้งสิ้น มองโลกด้วยความเป็นเหตุเป็นผล ประสบการการลงทุนก็คือซื้อตามเซียนหุ้น Value investor ที่เป็นญาติๆกัน เขาบอกให้ซื้อก็ซื้อ ขายก็ขาย แต่ปัญหาก็คือเซียนคนนี้อยู่ต่างประเทศติดต่อกันลำบากก็เลยอย่างหาความรู้เพิ่มเติมให้สามารถวิเคราะห์หุ้นเองได้
 
ความยากของการสอนพี่ๆกลุ่มนี้คือทุกเนื้อหาที่สอนต้องตอบคำถามว่า "ทำไม" "ทำไม" "ทำไม" "ทำไม"  การเตรียมการสอนนักเีรียนกลุ่มนี้ต้องลำดับความคิดให้ดีๆ และก็ต้องเตรียมตอบคำถามในเรื่องนั้นว่า "ทำไม" ให้ได้อย่างน้อย 3 ชั้น เพราะส่วนใหญ่จะชอบถามลึกไป 2 ชั้น คนสอนก็ต้องเตรียมสอนลึกไปอีกเป็น 3 ชั้นเพื่อให้ตอบคำุถามนักเรียนได้ เช่นสอนเรื่องการเลือกใช้เครื่องมือการประเมินมูลค่าหุ้นหุ้น ก็ต้องตอบคำุถามให้ได้ว่าทำไมถึงมีเครื่องมือหลายตัว แต่ละตัวต่างกันอย่างไร ทำำไมถึงเลือกเครืองมือนี้มาใช้ โดยยกตัวอย่างหุ้นจริงๆ ก็ต้องย่อยความรู้ให้เป็นก้อนเดียวกันให้ได้ เล่นซะเหนื่อยแต่ก็ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการครับ
 
 

หัดตีขิมเพลงช้าง

posted on 12 Sep 2011 09:15 by khimlover  in Khimlesson
หัดตีขิมเพลงช้างครับ เพลงนี้เป็นเพลงจังหวะสนุกๆ การแบ่งมือง่ายตีซ้าย ขวา สลับกันอย่างเดียว ในโน๊ตจะเขียนบอกไว้ละเอียดครับว่าโน๊ตตัวไหนใช้มือข้างไหนตี (R=ขวา ,L=ซ้าย)
 
 
เจริญในดนตรีครับ

แบบฝึกหัดกรอขิม

posted on 10 Sep 2011 14:57 by khimlover  in Khimlesson
เทคนิคกรอขิม โดยพื้นฐานพัฒนามาจากลูกตีธรรมดาแต่เมื่อสลับกันอย่างรวดเร็วจะฟังเหมือนเป็นเสียงเดียวกันลากยาว
 
ลักษณะของการกรอขิมที่ดีคือ
1. น้ำหนักมือ 2 ข้างเท่ากัน
2. ช่องไฟของแต่ละตัวโน๊ตเสม่ำเสมอ
 
สิ่งสำคัญคือเรื่องช่องไฟครับ คนทั่วไปเวลาเล่นดนตรีจังหวะจะไม่ค่อยสม่ำเสมอเดี๋ยวช้าเดี๋ยวเร็วต้องมีกรรมการคอยบอกว่าสม่ำเสมอหรือไม่ เครื่องมือที่ใช้ก็คือ metronome หรือเครืองเคาะจังหวะ  ถ้าไม่มีอยู่ข้างตัวก็ยังไม่ต้องไปซื้อครับ เข้าไปที่เว็ป http://www.metronomeonline.com/ จะเป็น metronome แบบ online จิ้มไปที่ตัวเลข 60 มันจะเคาะจังหวะที่ 60 ครั้งต่อนาทีอย่างไม่เหน็ดไม่เหนือยจังหวะไม่เคยเร่งหรือย้อย
 
วิธีการฝึกให้เริ่มจากฝึกจับจังหวะในใจก่อนเริ่มจาก นั่งสบายๆ ไม่ต้องเกร็ง จะได้ยินเสียงจังหวะมันจะเดินขอมมันเรื่อยๆ ป็อก ป็อก ป็อก หน้าที่เราคือจับมันให้ได้ครับ ออกเสียงในใจว่า"ขวา" ให้ตรงจังหวะ ป็อก ป็อก ป็อก พอจับจังหวะได้แล้วจึงเริ่มเอื้อมมือขวา(R)ไปตีให้ตรงจังหวะ
 
- - -R|- - -R|- - -R|- - -R|- - -R|- - -R|- - -R|- - -R|
 
พอร่างกายเริ่มเคาะลงจังหวะได้แล้ว ก็เริ่มตีสลับกัน เป็น ขวา ขวา ขวาซ้าวขวาซ้ายขวา
- - -R|- - -R|- - -R|LRLR|- - -R|- - -R|- - -R|LRLR|
 
คล่องแล้วเพิ่มอีกเป็น
- - -R|- - -R |LRLR |LRLR |- - -|- - -R |LRL|LRLR |
 
คล่องแล้วเพิ่มอีกเป็น
- - -R |LRLR | LRLR |LRLR |- - -R | LRLR | LRLR | LRLR |
 
จนเต็มทุกจังหวะ
LRLR |LRLR |LRLR |LRLR |LRLR |LRLR |LRLR |LRLR |
 
 
ถ้าเล่นจนคล่องแล้วก็ลองเปลี่ยนรูปแบบมือดูบ้างครับ ฝึกสมองไปในตัว ไม่เป็นโรคอัลไซเมอร์ เป็นการรูปแบบการแบ่งมือจากแบบฝึกหัดกลองของฝาหรั่งครับ
 
1.  RRLL|RRLL|RRLL|RRLL|
2.  LLRR|LLRR|LLRR|LLRR|
3.  RLRL|RLRL|RLRL|RLRL|
4.  LRLR|LRLR|LRLR|LRLR|
5.  RLLL|RLLL|RLLL|RLLL|
6.  LRLL|LRLL|LRLL|LRLL|
7.  LLRL|LLRL|LLRL|LLRL|
8.  LLLR|LLLR|LLLR|LLLR|
9.  LRRR|LRRR|LRRR|LRRR|
10. RLRR|RLRR|RLRR|RLRR|
11. RRLR|RRLR|RRLR|RRLR|
12. RRRL|RRRL|RRRL|RRRL|
13. RRRR|RRRR|RRRR|RRRR|
14. LLLL|LLLL|LLLL|LLLL|

การกดสายไวโอลิน

posted on 07 Sep 2011 13:03 by khimlover  in violin
คลิปสอนการใช้นิ้วกดสายไวโอลินโดยคุณมะอุ๋ยเจ้าเก่า สำหรับคนที่พึงหัดไวโอลินใหม่ๆเวลากดสายจะเกร็งไปหมดทั้งแขน แล้วก็เล่นไม่ได้ ท้อถอย เลิกเล่นกันหลายชีวิต วิธีการกดสายแบบในวิดิโอถ้าหัดทำบ่อยๆ เวลาเล่นจะผ่อนคลายทั้งแขน น้ำหนักทั้งหมดลงไปที่ปลายนิ้ว เล่นง่ายขึ้นเยอะครับ และไม่เมื่อยด้วย
 
 
 
เทคนิคการผ่อนคลาย
"เขย่าแขนธรรมดา ๆ เลยครับ อย่าโฟกัสมากเกินไป ปลดแรงที่แขนออกสุด ๆ คล้าย ๆ คนเป็นลม หมดแรง
เวลารักษาข้อมือไม่ให้ตก หลายคนเผลอยกศอกด้วย ซึ่งไม่เกี่ยวกันครับ ที่ถูกคือปล่อยฝ่ามือห้อยลงไป ข้อศอกทิ้งลงไป ข้อมือมันจะแหลมขึ้นมาเอง" (มะอุ๋ย)
 
ลักษณะการกดสายไวโอลิน
ภาพแสดงลักษณะการฝึกสั่นข้อมือแบบจิงโจ้น้ำ
 
เจริญในดนตรีครับ
เครื่องสายฝาหรัง (farang) ทั้งไวโอลิน วิโอล่า cello เบส เทคนิคการบรรเลงส่วนใหญ่จะเป็นเทคนิคมือขวา ถ้าจับคันชักไวโอลินผิด เวลาเล่นมือจะไม่ผ่อนคลาย เทคนนิคต่างๆก็เล่นยาก เสียงก็ไม่คม เล่นแล้วเมื่อย แล้วถ้าไม่แก้ตั้งแต่ต้นๆ โตไปแก้ยากอีก
 
วันนี้ก็ขอนำเสนอ เคล็ดลับการจับคันชักไวโอลิน โดยคุณมะอุ๋ยเจ้าของร้านไวโอลิน violinlot ครับ
 
images by free.in.th images by free.in.th
 
หลักการ
-วางนิ้วทั้งสี่ให้ผ่อนคลาย จะทำให้นิ้วหัวแม่มือก็ผ่อนคลายเช่นกัน
-ข้อมืองอเล็กน้อยเกิดจากการผ่อนคลายไหล่และมือ
-นิ้วก้อย(ข้อนิ้วสุดท้ายขนานกับคันขัก)
-นิ้วชี้โค้งเป็นรูปตัวซี ตั้งแต่โคนนิ้วถึงปลายนิ้ว
-ถ้าผ่อนคลายน้ำหนักทั้งหมดจากแขนจะไหลไปที่คันชัก 
 
ทำได้เช่นนี้ เสียงที่ออกมาจะดีขึ้นหลายเท่าครับ ชัดขึ้น ไมเมื่อยด้วย
 
 
เคล็ดลับการซ้อมดนตรีส่วนตัว (จากคุณมะอุ๋ยเจ้าของร้านไวโอลิน violinlot)
 
1. อธิฐานก่อนซ้อม - (ป่าวไสยศาสตร์นะ 55) คำตอบมาจากพระเจ้า และอย่าลืมว่าพระองค์คือผู้ให้กำเนิดดนตรี 2. ซ้อมควบคู่กับเมโทรนอม
3. ก่อนทำการซ้อม เทียบเสียง (tune) เครื่องดนตรีให้ถูกต้องเสมอ
4. วางแผนการซ้อมให้ชัดเจน - อย่าซ้อมแบบไปตายเอาดาบหน้า - ตั้งเป้าหมายการซ้อมให้ชัดเจน - เรียงลำดับการซ้อมให้ถูกต้อง - ซ้อมให้บรรลุทีละประเด็น "ซ้อมให้ได้" ไม่ใช่ "ให้ได้ซ้อม"
5. การสร้างเทคนิคการเล่นต้องใช้เวลาและความอดทน - อย่านับวันนับคืนว่า "เมื่อไหร่จะได้ ๆ ๆ ๆ ๆ ..." จะทำให้ท้อใจเปล่า ๆ - ถ้าซ้อมมานานแล้วไม่ได้สักที อย่าคิดว่าเราทำไม่ได้ แต่ให้ปรับปรุง "วิธีการซ้อม" - อย่ากังวลกับเสียง "ตลก ๆ" ที่เราเล่นออกมามากเกินไป จนทำให้คิดว่า "ซ้อมผิด" จริง ๆ อาจจะซ้อมถูกต้องแล้ว แต่ยังไม่ธรรมชาติ ยังไม่เคยชิน - ถ้าเพิ่งหัดปฏิบัติแล้วเสียงออกมาตลก ก็ถือว่าปกติครับ ถ้าเพอเฟคทันทีสิแปลก - อย่าลืมว่า เทคนิคที่ผิดก็สามารถสร้างเสียงที่ดีน่าพอใจออกมาได้ครับ แต่ขีดจำกัดจะแพลมมาให้เห็นแน่นอน
6. หากเป็นไปได้ควรซ้อมในช่วงเวลาเดียวกันของแต่ละวัน จะทำให้เกิดความเคยชินได้เร็วขึ้น - สังเกตุตัวเองว่าซ้อมเวลาไหนแล้วได้ผล ควรเลือกช่วงเวลานั้น
7. อย่าซ้อมจนเหนื่อย จะทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อการซ้อม - ให้พักการซ้อมปฏิบัติเมื่อยังสนุกอยู่หรือเมื่อทำได้ โดยเปลี่ยนมานั่งพิจารณารายละเอียดสิ่งที่ทำไป หรือจดบันทึก แต่อย่าเปลี่ยนเรื่องซ้อม และอย่าพักนานเกินไป (1-5 นาที ก็พอ) - เริ่มแรกควรสังเกตุตัวเองให้ได้ว่าทนการซ้อมได้นานเท่าไหร่ เช่น ถ้าลองซ้อมไปสัก 30 นาทีแล้วเริ่มเบื่อ ครั้งต่อไปควรซ้อมสัก 20 นาที แล้วพัก อย่ารอจนเบื่อ พอเคยชินแล้วค่อย ๆ ขยายเวลาขึ้นทีละน้อย - การซ้อมบ่อย ๆ ได้ผลดีกว่าการซ้อมนาน ๆ ครั้ง ครั้งละนาน ๆ
8. สมองคนเราตอบสนอง และเรียนรู้แบบ "มีทิศทาง" ได้เร็วกว่า "ไร้ทิศทาง" - ตีความสิ่งที่ซ้อมให้ละเอียดและจับทิศทางของสิ่งที่ซ้อม (groove) ให้ได้ จะทำให้การซ้อมได้ผลอย่างรวดเร็ว - จงเป็น groove player ไม่ใช่ notes player - ตีความบทเพลงจากภาพใหญ่ ไปสู่ภาพย่อย การตีความไม่เหมือนการซ้อมเทคนิค เพลงแต่ละเพลงมันคือองค์รวมของหลาย ๆ สิ่งประกอบกัน อย่าพยายามตีความแบบจับแยกชิ้นส่วน จะทำให้หา groove ไม่เจอ กระทั่งหา groove เจอแล้ว จึงมองลึกลงไปในรายละเอียด
9. อนุภาพของจินตนาการ - คิดถึง จินตนาการถึงการซ้อมล่วงหน้าเสมอ ลองคิดแยกแยะรายละเอียดการซ้อมล่วงหน้า เป็นการอุ่นเครื่องไปในตัว - การปฏิบัติถูกจำกัดด้วยเวลา แต่จินตนาการไม่ถูกจำกัดด้วยเวลา
10. ซ้อมเทคนิคให้มาก ซ้อมเพลงให้น้อย - เพลงส่วนใหญ่ในโลกนี้ล้วนแต่งขึ้นบน "เทคนิคการเล่น" ที่ซ้ำ ๆ เดิม ๆ ของเครื่องดนตรีแต่ละชิน (สิ่งที่เปลี่ยนคือเนื้อหา และ เรียบเรียง) ดังนั้นหากเราเชี่ยวชาญเทคนิคการเล่น จะทำให้ใช้เวลาซ้อมแต่ละเพลงสั้นมาก หรืออาจจะไม่ต้องซ้อมเลย - ไตร่ตรองให้ดีครับ อย่าเสียเวลาไปกับการซ้อมเพลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเล่นได้ สิ่งที่ได้มาจากเวลาที่หมดไปก็เพียงแค่เล่นเพลงได้เพิ่มอีกเพลงนึงเท่านั้น และบางครั้งอาจเป็นเพียงการก๊อปปิ้ชาวบ้าน โดยปราศจากความเข้าใจ และถ้าอ่อนซ้อมเมื่อไหร่ก็ลืม - มีเวลาอยู่ 100% ซ้อมเพลงแค่ 15% ก็พอ ที่เหลือซ้อมเทคนิคและทำความเข้าใจสิ่งอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการเล่นเพลงนั้น ๆ
11. ซ้อมจาก ช้า ---> เร็ว - ตรงนี้ต้องพึ่งพาเมโทรนอมเป็นอย่างยิ่ง การซ้อมครั้งแรก ยิ่งเป็นเพลงที่ไม่เคยเล่นมาก่อนควรเริ่มจากช้าที่สุดเท่าที่จะช้าได้ - ช้าขนาดไหน ??? ช้าขนาดที่สามารถ zoom ลงไปมองเห็นทุกรายละเอียดได้ คิดทันทุกรายละเอียด เก็บเทคนิคและรายละเอียดต่าง ๆ เรียบ ! ช้าจนถึงขั้นเล่นโน้ตทีละตัว ๆ ๆ ฟังไม่เป็นเพลง - ซ้อมใน slow motion นั้นจนกระทั่งรู้สึกว่าชิว ๆ อย่างยิ่งแล้ว จนคิดล่วงหน้าได้ทั้งหมดแล้ว จึงค่อยเพิ่ม tempo ขึ้นทีละ step เช่น เพิ่มขึ้น 5 จังหวะ/นาที และก็ทำเหมือนเดิมครับ คือเก็บรายละเอียดทุกอย่างให้เรียบ แล้วจึงค่อยเพิ่มจังหวะขึ้นอีก - อย่าคิดว่าเสียเวลาครับ มันหลอกความคิด จริง ๆ แล้วยิ่งซ้อมช้า ๆ จะยิ่งใช้เวลาในการซ้อมโดยรวมสั้นลงมาก และทำได้ดีละเอียดด้วย - นักดนตรีท่านหนึ่งกล่าวว่า "ถ้าเล่นช้าให้ดีไม่ได้ ไม่มีทางเล่นเร็วให้ดีได้"