วันนี้ได้มีโอกาสได้ไปสอนนักเรียนขิมที่มีปัญหาด้านสุขภาพกายมากวนใจมาเรียนดนตรีเพื่อการบำบัด และรักษาร่างกายครับ กลับบ้านก็ได้ลองค้นเรื่องดนตรีบำบัดว่า ก้ไปเจอเว็ปของหมอโจ brainwavecrack.com/ ที่เขียนเกี่ยวกับเปียโนบำบัดเขาบอกว่า
 
"เปียโนบำบัด ศาสตร์ดนตรีบำบัดที่นำมาใช้ได้ผลดีจริงๆ
การทำเปียโนบำบัดเป็นการรักษาโรคซึมเศร้า รักษาสภาวะเฉี่อยชาทางความคิด
เปียโนบำบัดยังช่วยพัฒนาระดับการคงสภาวะของสมาธิให้ยาวนานขึ้น

เปียโนบำบัดจึงเหมาะกับคนที่สมาธิสั้น ไฮเปอร์ หรือคนที่อยู่นิ่งเฉยๆไม่ค่อยไหว
โดยช่วยให้ผู้ฝึกมีสมาธิดีขึ้น มีการพัฒนาสมอง การเรียนรู้และความจำ
นอกจากนี้ยังเหมาะกับผู้ใหญ่วัยเกษียร ที่ต้องการหากิจกรรมยามว่างทำ
เพื่อไม่ให้รู้สึกเหงามากไป แถมป้องกันโรคอัลไวเมอร์ได้ดีมากๆด้วยนะครับ

เปียโนบำบัดจะทำให้เรา สนุกสนาน ไม่เครียด ไม่คิดมากลดความกังวล
ช่วยให้เพลิดเพลิน และสร้างความสุขให้กับผู้เรียนเปียโนบำบัดได้ดีมากๆครับ

การเรียนเปียโนบำบัด จะต่างจากการเรียนเปียโนทั่วไปตรงที่
การเรียนเปียโนบำบัดนั้นเราไม่เน้นทักษะว่าจะต้องเล่นเปียโนได้ไพเราะ
หรือเล่นได้คล่องแคล่วมากเพียงใด
แต่สิ่งที่การเรียนเปียโนบำบัดต้องการมากที่สุดคือ
การได้ใช้สมอง สายตา และมือ ทำงานประสานกันและสร้างเสียงเพลงที่
ต่อเนื่องเพียงพอที่จะทำให้เกิดความสนุก เพลิดเพลินจากการเรียนมากกว่า

เพลงที่ใช้ในการเริ่มต้นเรียนหรือการเล่นเปียโนบำบัด
ควรเป็นเพลงที่มีความยาวไม่มากนัก เช่น
เพลงมาร์ชแต่งงาน เพลงหนูมาลี เพราะฝึกได้ง่ายมากและแทบจะทุกคน
ต่างก๋เคยได้ยินเพลงเหล่านี้มาบ้างครับ…"

สรุปก็คือมาหัดเล่นดนตรีเพื่อลดอาการทางจิต ทั้งความเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า เพิ่มสมาธิ   โดยการมาเล่นดนตรี แบบไม่เน้นเก่งแต่เน้นเรียนเอามันส์ สนุก เพลิดเพลินจากการเรียน ก็จะเกิดคำถามต่อว่าดนตรีบำบัดช่วยสร้างสมาธิได้อย่างไร

ถ้ามองในมุมของพระพุทธศาสนาสมาธิมีจะมีสองชนิดคือสมาธิชนิดสงบ(สงบอยู่ในอารมณ์อันเดียวใชัพักผ่อน ให้จิตมีกำลัง)และสมาธิชนิดตั้งมั่น(จิตตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ดูใช้เดินปัญญา) สมาธิชนิดสงบจะเกิดได้ก็ต้องมีเหตุในพระไตรปิฎกก็กล่าวว่า "ความสุขเป็นเหตุไกล้ให้เกิดสมาธิ" เพราะธรรมชาติของจิตเหมือนเด็กซุกซนวิงไปวิ่งมาชอบหนีไปนอกบ้านถ้าจะจับให้อยู่ในบ้านก็ต้องเอาขนมมาล่อเด็กก็ไม่ไปไหน จิตก็เหมือนกันครับถ้าเอาอารมณ์ที่มีความสุขมาล่อมันก็จะไม่ไปไหน สงบลงได้ ถ้าดูจากวิธีการสอนของเปียโนบำบัดของหมอโจเขาจะเน้นให้ผู้เรียนเรียนแบบสนุกๆมากกว่าเขี้ยวๆ ถ้าเรียนแล้วมีความสุขสมาธิก็ตามมาเองครับ เล่นได้ทั้งวันแหละ

สำหรับสมาธิอีกชนิดคือสมาธิชนิดตั้งมั่นเป็นผู้รู้ผู้ดู ลักษณะคือ จิตเป็นหนึ่งอารมณ์นับไม่ถ้วน สมาธิชนิดนี้ใช้ต่อยอดไปเจริญปัญญาครับ ในการเล่นดนตรีก็คือให้รู้ทันเวลาที่จิตหลงไปคิด เพราะจิตที่รู้กับจิตที่คิดมันจะตรงข้ามกัน ขณะที่เผลอไปคิดเล่นดนตรีอยู่ก็ไม่รู้สึก เล่นดนตรีแล้วจิตหนีไปคิดให้รู้ทัน ขณะนั้นจิตจะตั้งมั่นขึ้นมาแว้ปนึง  ฝึกไปเรื่อยๆสติจะไวขึ้นครับ จากแต่ก่อนที่ไม่มีสติจะชอบเอาตัวไปคลุกอยู่กับปัญหา จมอยู่กับมัน หาทางออกไม่ได้ พอมีสติขึ้นแว้ปนึงมันจะถอยออกจากปัญหาแล้วเริ่มว่าเหตุมันเกิดจากอะไร ก็แก้มันที่เหตุนั่นแหละ 

อ้างอิง

หลวงพ่อปราโมทย์, สมาธิ2ชนิด, http://www.dhammada.net/2011/08/30/11252/

 

Comment

Comment:

Tweet

ได้อ่านบทความดีๆข้อความดีๆแบบนี้รู้สึกชอบครับ ขอบคุณนะครับที่มีเรื่องราวดีๆมาเล่าสู่กันฟัง

ผมอยากซื้อขิมสักเครื่องพอมีคำแนะนำมั๊ยครับ ด้วยไม่มีเวลาไปเลือกด้วยตัวเองเลย จะทำอย่างไรดี

#1 By กิติกร (223.206.76.52) on 2011-12-01 13:18